หนังสยองขวัญ

หนังสยองขวัญ Halloween (2018) ภาคล่าสุดที่ว่ากันว่าดีกว่าทุกภาคที่ผ่านมา

หนังสยองขวัญ Halloween คือชื่อของ หนึ่งในแฟรนไชส์ของ หนังเฮอร์เลอร์ ทริลเลอร์ ที่โด่งดังมากที่สุดในโลกของภาพยนตร์

หนังสยองขวัญ Halloween หากเราจะเหล่าถึง หนังสยองขวัญ ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการไล่ล่า ของฆาตกรต่อเนื่อง ที่มีความโดดเด่น และถูกทำมาเป็นภาพยนตร์หลาย ๆ ภาคแล้วล่ะก็ นอกจาก เฟรดดี้ ครูเกอร์ จาก A Nightmare on Elm Street film series ,เจสัน วอร์ฮีส์ จาก Friday the 13th series หรือจะเป็น เลเธอร์เฟซ จาก The Texas Chain Saw Massacre แต่ก็เชื่อได้เลยว่า ไมเคิล ไมเยอส์ ตัวละครหลัก จากแฟรนไชส์หนังเรื่องฮาโลวีน

จะเป็นชื่อที่หลาย ๆ คน คิดถึงขึ้นมา ไม่ต่างจากสามชื่อแรก ที่กล่าวไปข้างต้นเลยทีเดียว โดยตัวละครฆาตกรชื่อดังตัวนี้ ออกมาสู่โลกภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ตั้งแต่ปี 1978 จากฝีมือการกำกับของ จอห์น คาร์เพนเตอร์ ซึ่งหากนับดูแล้ว ในภาค 2018 ที่เราจะมีพูดถึงนี้ ก็นับได้ว่าเป็นภาคที่ 11 สำหรับซีรีย์ภาพยนตร์เรื่องนี้

โดยแฟรนไชส์หนัง เรื่องฮาโลวีนนี้เอง ก็ได้เป็นหนัง ที่ได้รับความนิยม และรายได้สูงเป็นอย่างสูง สำหรับหนังสยองขวัญ ของอเมริกันซีรีย์เลยทีเดียว โดยรวมรายได้จากทุกภาค ที่สูงถึง 620,547,025 ดอลลาร์ Night at the Museum

จากทุนสร้างทั้งหมดไม่ถึง 100 ล้านดอลลาร์ด้วยซ้ำโดยการกลับมาของไมเคิล ไมเยอส์ ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการกลับมาอีกครั้งในรอบ 9 ปี แต่ยังได้ เจมี ลี เคอร์ติส กลับมารับบท ลอรี่ สโตรด อีกครั้งในรอบ 16 ปี 

หนังสยองขวัญ

หนังสยองขวัญ Halloween (2018) กำกับภาพยนตร์โดย เดวิด กอร์ดอน กรีน ผู้กำกับฝีมือดีจาก หนังคอมเมดี้ เรื่อง Pineapple Express

โดยได้นักแสดงหลัก จากภาคแรกอย่าง เจมี ลี เคอร์ติส นักแสดงจาก หนังแอคชั่น คอมเมดี้ เรื่อง True Lies ,จูดี้ เกียร์ นักแสดง จาก หนังซุปเปอร์ฮีโร่ Ant-Man และแอนดี เมตติแชก นักแสดงจาก หนังโรแมนติก ดราม่า เรื่อง Evol มา่รวมแสดง

โดยเนื้อเรื่องในภาคนี้นั้น  จะเป็นการเล่าเรื่อง ต่อจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ในภาคแรก เมื่อปี 1978 อีกทั้งยังมีการเกริ่น ถึงเรื่องราวแบบคร่าว ๆ จึงรับรองได้เลยว่า ถึงแม้คุณ จะยังไม่เคยดู ภาพยนตร์เรื่องนี้มาก่อนเลย แต่คุณก็จะสามารถดูได้ และเข้าใจอย่างแน่นอน

เรื่องราวในภาพยนตร์ เริ่มขึ้นหลังจาก 40 ปี เหตุการณ์โศกนาฏกรรม ที่เมืองแฮดดอนฟิลด์ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 1978

ไมเคิล ไมเยอส์ ฆาตรกรผู้สังหาร พี่สาวของตัวเอง และกำลังถูกควบคุมตัว อยู่ภายในเรือนจำ และกำลังจะถูกย้าย ไปยังที่แห่งใหม่ ในขณะเดียวกัน ลอรี่ สโตรด (รับบทโดย เจมี ลี เคอร์ติส) หญิงสาวผู้รอดชีวิต จากเหตุการณ์เมื่อ 40 ปีก่อนมาได้

ซึ่งล้มเหลว ในด้านการใช้ชีวิตครอบครัว อย่างสิ้นเชิง จากการพบเจอกับความเจ็บปวด ในอดีตที่ผ่านมา โดยถึงแม้จะเป็นผู้รอดชีวิต จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรม เมื่อครั้งก่อนมาได้ แต่ตัวเธอเอง ก็ยังคงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ ไปกับความเจ็บปวด และยังคงเตรียมพร้อม สำหรับการรับมือ กับไมเคิลอยู่เสมอ

และแล้วสิ่งที่เธอคิดมาตลอด ก็เกิดขึ้นจริง เมื่อในระหว่างที่กำลังเคลื่อนย้ายตัวของไมเคิล เขาก็ออกมาได้ และได้เริ่มสานต่อภารกิจ ที่ค้างคาเอาไว้ เมื่อครั้งก่อน ในการพยายามไล่ล่า และตามฆ่าลอรี่ อีกครั้ง สู่การต้องมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง กับฆาตกรสวมหน้ากาก ที่ตามหลอกหลอน เธอมาเกือบตลอดชีวิต

Halloween หนังไล่ล่า ลุ้นระทึก ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุนเยอะ แต่ก็ประสบความสำเร็จได้

โดยอีกหนึ่งจุดเด่น ของแฟรนไชส์เรื่องนี้เลยก็คือ เป็นหนังที่ฟอร์มไม่ใหญ่มาก ทั้งนักแสดง และโปรดักชั่น ที่อาจจะไม่สามารถเทียบได้ กับหนังฟอร์มยักษ์ทั่ว ๆ ไป แต่ด้วยชื่อชั้น ของแฟรนไชส์เรื่องนี้ ก็ยังคงใช้ขาย และการันตี ถึงเรื่องความบันเทิง และตื่นเต้นได้ ถึงแม้ภาคหลัง ๆ จะค่อนข้างมีเนื้อหา หลุดไปจากภาคแรกก็ตาม

โดยการกลับมาครั้งนี้ ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือการใช้งบประมาณ ในการสร้างที่น้อย เพียงประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ทั่วนั้น แต่กลับสามารถทำรายได้ทั่วโลก ไปอย่างเหนือความคาดหมายกว่า 255,485,178 ดอลลาร์ 

ซึ่งด้วยเนื้อหา ที่เหมือนกับการ ล้างกระดานใหม่ และกลับมาสานต่อ จุดเริ่มต้นของหนังเมื่อปี 1978 จึงทำให้เนื้อเรื่อง กลับมาดูน่าสนใจ และเข้าที่เข้าทาง มากขึ้นกว่าเดิม โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้ จะมีทั้งฉากของความรุนแรง ที่ค่อนข้างดิบ และโหดร้าย จึงอาจจะไม่ได้เป็นภาพยนตร์ ที่จะเหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัย

หนังสยองขวัญ

ภาคต่อของหนังฆาตกรในตำนาน ที่ว่ากันว่าเป็นภาคต่อ ที่ดีที่สุดจากทุกภาคที่ผ่านมา

เป็นหนึ่งในหนัง ที่มีแฟนหนังรอคอยอยู่เสมอ ถึงแม้จะผ่านมาเป็นภาคที่ 11 แล้ว แต่ก็ยังคงครองใจคนดูอยู่เสมอ ซึ่งจากความประสบความสำเร็จในภาคนี้ จึงทำให้จะมีภาคต่ออีกครั้ง ในปี 2020 นี้เอง ถ้าไม่มีการเลื่อนออกไปไปซะก่อน และการกลับมาสานต่อเรื่องราว ต่อจากภาคแรก รวมถึงวิธีการสร้าง และเล่าเรื่อง ที่มีความทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิม

จึงทำให้ตัวหนัง ทำออกมาให้ดูได้สนุก และน่าติดตาม ที่ไม่เพียงเฉพาะแฟนคลับของหนังเรื่องนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึง ผู้ชมหน้าใหม่อีกด้วย ถึงแม้ว่าเรื่องของ ความสมเหตุสมผล และความสามารถ ที่หนือมนุษย์ของตัวไมเคิล จะยังไม่ได้เปิดเผย ยังคงเป็นปริศนา และยังเป็นตัวละคร ที่ไม่มีเหตุผล และจุดหมายอยู่เช่นเดิม

จึงทำให้ยังคงกลิ่นอาย ของหนังสยองขวัญ ที่ยังคงเหมือนกับ หนังไล่ล่าสมัยก่อนอยู่ดี แต่ก็ยังมีการพัฒนาเรื่องบท ให้ดูทันสมัย และมีเรื่องราว ปมต่าง ๆ  และมิติของตัวละคร มากขึ้นกว่าเดิม

จึงทำให้ airheads.netมองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ มีการพัฒนา ให้ตัวหนังดูมีสาระมากขึ้นกว่าเดิม แตกต่างจากการเป็นหนัง ที่ดำเนินเรื่องไล่ฆ่าเด็กวัยรุ่น ไปทีละคน ๆ จนจบ แบบหนังฆาตกรส่วนใหญ่ ชอบทำแบบที่ผ่าน ๆ มา ถึงแม้ว่าเรื่องราวต่าง ๆ จะดำเนินเรื่อง ตามแบบสูตรสำเร็จ แทงบอลออนไลน์

ที่สามารถเดาเนื้อเรื่องได้ก็ตาม แต่สรุปแล้ว โดยรวมก็ยังคงบอกได้ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งใน หนังสยองขวัญ และ หนังดีๆ ที่ทำออกมาได้สนุก ในระดับหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ได้ถึงขั้นประทับใจ แต่ก็ยังมีการพัฒนา และโดดเด่น มากกว่าภาคก่อน ๆ อย่างแน่นอน

รีวิวหนัง

สุดยอดหนังแอ็คชั่น

UFABET

แทงบอลออนไลน์

เรื่องราวที่คุณไม่ควรพลาด