ไอฟัก

ไอฟัก หนึ่งในหนังที่ตีแผ่สังคม และสะท้อนถึงปัญหาในหลายๆด้าน อีกทั้งยังเป็นหนังที่ได้รับรางวัลอีกด้วย

ไอฟัก เนื้อเรื่อง เป็นอย่างไร?

ไอฟัก เรื่องราวเกี่ยวกับ ฟัก นำแสดงโดย (ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์) ที่กลับมาจากการเกณฑ์ทหาร ทำให้เห็นวิถึชีวิตชุมชน คนในหมู่บ้านที่เปลี่ยนไป รวมถึงพ่อของเขาเอง ที่ได้ภรรยาใหม่ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฟัก เธอมีชื่อว่า สมทรง นำแสดงโดย (บงกช คงมาลัย) หญิงสาวผู้นี้เป็นคนที่ไม่มีที่มาและที่ไป นอกจากนั้นเองเธอยังมีสติปัญญาไม่เหมือนคนอื่น

ด้วยความใสซื่อของเธอนั้น พ่อของฟักจึงได้เธอเป็นภรรยาใหม่นั้นเอง เรื่องราวกลับเริ่มต้นขึ้น เมื่อพ่อของฟักได้ด่วนจากไป ทำให้ฟักต้องดูแลสมทรง ที่มีอาการไม่ปกติอีกทั้งยัง ทำให้ชาวบ้านโดยทั่วไปรังเกียจ

กับพฤติกรรมไม่ปกติของเธอนั้นเอง ฟักได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับ อาชีพภาโรงโรงเรียน โดยมีครูใหญ่เป็นหัวหน้าของเขา ในช่วงเวลาที่ฟักใช้ชีวิต กับสมทรงนั้น ชวนพาให้เกิดเรื่องราวต่างๆ นำพาให้ฟักนั้นต้องพบเจอ

กับสังคมที่รังเกียจและไม่ต้อนรับพวกเขา ถึงแม้ว่าเขานั้นจะต้องจำยอม อาศัยอยู่กับสมทรงด้วยนั้นเอง แม้ว่าเขาเองก็มีความคิดที่จะ หนีสมทรงอยู่ตลอดแต่สุดท้าย เขาก็รู้สึกสงสารสมทรงอยู่ดี ยิ่งนานวันความสนิทของทั้งสอง

ก่อให้เกิดกลายมาเป็นความผูกพันธ์ ถึงแม้จะไม่มีใครเข้าใจในตัวฟัก ก็มีสมทรงที่อยู่ข้างกายตลอดเวลานั้นเอง ความไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ของสมทรงเองเธอมักจะแก้ผ้า ที่ไหนก็ได้ตามใจของเธอ ในเวลาที่เธอถูกขัดใจนั้นเอง

จึงทำให้ใครหลายคนในหมู่บ้าน ไม่พอใจและมีปัญหากับสมทรง รวมทั้งฟักที่มักจะคอยปกป้องสมทรง จนกระทั่งชาวบ้านต่างมองว่า คู่นี้เหมือนกับเป็นปัญหาของคนในหมู่บ้าน เพราะสมทรงมักจะออกไปก่อกวนพวกเขานั้นเอง

แต่ถึงแม้ฟักจะพยายามปกป้อง อธิบายถึงปัญหาของสมทรง ชาวบ้านก็ยังคงไม่เชื่อใจ พวกเขาทั้งสองอยู่ดี หลังจากเจอมรสุมชีวิตแล้ว ฟักเองได้เริ่มติดเหล้า จึงเหมือนเป็นตัวเร่งเวลา ไปสู่หายนะในชีวิตของเขานั้นเอง หลังจากสภาพแวดล้อม

รวมทั้งคนในหมู่บ้าน ต่างขับไล่และเกลียดชั่ง ฟักและสมทรง ทั้งสองต้องพบกับการถูกทำร้าย โดยที่มีฟักคอยปกป้องเสมอมา พวกเขาได้รับบาดแผลทั้งร่างกายและจิตใจ ของฟักนั้นได้แตกสลาย เขาและสมทรงได้ตัดสินใจ ที่จะออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะพวกเขาเหล่านั้นเสียสติ กว่าสิ่งที่สมทรงได้ทำเอาไว้เสียอีก ทั้งสองคาดหวังกับชีวิตใหม่ ที่รอพวกเขาในต่างแดนนั้นเอง

ไอฟัก

ไอฟัก กระแส เป็นอย่างไร?

หลังจากที่เรื่องราว ชีวิตของฟักได้ถูกถ่ายถอดลง บนจอฟีล์มภาพยนตร์นั้น ได้พาให้เราคิดถึงสังคมตัวเอง และความบิดเบี้ยวของ สังคมที่ถูกครอบด้วยจารีต ประเพณั และกฎหมู่ที่อาศัยร่วมกันในหมู่บ้านนั้นเอง หนังได้พาความรู้สึกของผุ้ชม ดิ่งไปกับตัวละครตลอดทั้งเรื่อง พาให้เห็นอกเห็นใจกับชีวิตของ ฟัก ที่ถูกสังคมกระทำอย่างน่าสงสาร เพียงเพราะผู้คนเหล่านั้น

ไม่เข้าใจถึงปัญหาที่ฟักนั้นเจออยู่ รวมทั้งการแสดงออกของคนรอบข้าง ที่ไม่ได้ให้โอกาสกับพวกเขาในสังคม จึงเหมือนกับว่าเป็นจำเลย ของสังคมไปโดยปริยาย การที่จะมีชีวิตอยู่ต่อได้นั้น ภายใต้ความถูกต้องหรือ สิ่งที่คนในสังคมส่วนใหญ่ไม่ได้ปฎิบัติ ก็จะถูกมองว่าเป็นคนแปลก และท้ายที่สุดนั้นได้กลายเป็นคนแปลกแยกนั้นเอง ตัวละครพ่อฟักนั้น เหมือนเป็นคนที่ไม่ได้ยอมจำนนต่อกฎหมู่

และยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางกระแส ที่สวนสังคมอยู่ตลอด จึงทำให้หลายๆคนมองเขานั้นเป็นปัญหา รวมถึงฟักเองที่เป็นคนในครอบครัว ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับ สิ่งที่พ่อของเขานั้นได้ทำ แต่ก็กลายเป็นว่าตัวของเขานั้น ต้องมารับผลนั้นไปด้วยนั้นเอง

นอกจากแนวคิดของหนัง ที่ตรงตรึงผู้ชมให้รู้สึกสงสารในตัวละครแล้ว นักแสดงของเรื่องนี้เอง ก็ได้พิสูจณ์บทบาทของตน ได้ออกมาดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นบทของไอฟัก หรือว่า สมทรง ต้องยอมรับเลยทีเดียวว่า ตั้ก บงกช

ในเรื่องนี้นั้นแตกต่างจาก ผลงานการแสดงเรื่องอื่นๆ โดยที่เธอนั้นต้องรับบทเป็น คนที่สติไม่ดี การแสดงต่างๆจึงถูกสร้างสรรค์ ให้ดูมีความลึกและคาดเดากับตัวละครได้ยาก จึงทำให้หนังเรื่องนี้มีตัวละครที่มีมิตินั้นเอง นอกจากนั้นหนังเรื่องนี้ ยังถูกยกให้เป็นหนังอีกเรื่อง ที่ควรค่าแก่การศึกษาอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ไอฟัก

ไอฟักมีอิทธิพลกับวงการภาพยนตร์อย่างไร?

หนังได้พาตัวเองประสบความสำเร็จ ทั้งรายได้และคำวิจารณ์ จนส่งผลให้ได้รางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม สุพรรณหงส์ รางวัลภาพยนตร์แห่งชาตินั้นเอง ภายใต้การกำกับของ พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ เจ้าของผลงาน มะหมา 4 ขา ในปี 2007 นั้นเอง ที่ได้หยิบยกบทประพันธ์เรื่อง คืนพิพากษา มาดัดแปลงเป็นหนังเรื่องนี้ ได้สร้างความหดหู่ไปกับไอฟัก ที่ถูกกระทำโดยสังคมในหนังนั้นเอง

จึงทำให้เกิดหนังสะท้อนสังคมมากมาย ในยุคนั้นที่วงการภาพยนตร์ไทย กำลังเฟื่องฟูนั้นเอง ทำให้ใครหลายๆคน ได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของสังคม ที่มีความบิดเบี้ยวตระให้เห็น ถึงสิ่งต่างๆที่เคยเกิดขึ้น หรืออาจไม่ได้เกิดขึ้น เป็นภาพสะท้อนให้ ผู้คนในสังคมรับรู้ถึงปัญหาต่างๆ ที่หนังหยิบยกมาเป็นเหตุการณ์จำลอง ให้ควรระวังกันเองในสังคม อย่างหนังเรื่อง เฉือน ที่ทำให้เราเห็นด้านมืดของสังคม

สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ยาเสพติด การค้าประเวณีเด็ก รวมถึงอาชญากรรมที่เกิดขึ้น รวมถึงผู้มีอิทธิพลต่างๆนั้นเอง ที่มีส่วนในการทำผิดต่างๆ พาให้สังคมนั้นเสื่อมไปด้วยเช่นกัน นั้นคือสิ่งที่หนังสะท้อนสังคมต่างๆ

พูดถึงเลยนั้นก็คือปัญหาต่างๆ ที่มันเกิดขึ้นจริงแต่มันดู เหมือนไกลตัวเรามากนั้นเอง แต่ภายใต้เงามืดนั้นย่อมมีสิ่งน่ากลัว ที่คอยควบคุมและกำหนดสังคม ในแบบที่เลวร้ายนั้นเอง ไอฟักนั้นเองจึงเป็นภาพสะท้อนอีกอย่างหนึ่ง ของความบิดเบี้ยวในสังคมนั้นเอง ไอฟักนั้นเองจึงเหมือนคนผิด ไปแล้วทั้งๆที่ไม่มีใครเข้าใจ ในความคิดของฟักนั้นเอง จึงเหมือนเป็นบทสรุปอันแสนเศร้า

ของทั้งสองที่ต้องถูกลงโทษโดยสังคมแบบนี้ กระแสหนังที่สะท้อนสังคมแบบนี้ ได้หายไปตามความนิยม ของการชอบดูหนังได้เปลี่ยนไป รวมทั้งทางค่ายเองได้รับ ผลกระทบจากการขาดทุน และการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเอง

ที่ทำให้หนังสะท้อนสังคม ดีๆได้เลือนหายไปจาก ความตั้งใจของผู้สร้างยุคใหม่นั้นเอง จึงทำให้ในยุคปัจจุบัน ทางเลือกของหนังไทยนั้น มีตัวเลือกน้อย ไม่เหมือนยุคก่อนนั้นเอง ที่เมื่อเข้าโรงไปทีไรก็จะพบ หนังไทยหลายเรื่องด้วยกัน ทำให้ผู้คนในยุคนี้ได้รับสื่อกระแส จากตะวันตกและนอกประเทศมากขึ้น เปิดโลกกว้างให้กับผู้ชม มีทางเลือกในการ รับชมมากขึ้นนั้นเอง

การแข่งขันทางภาพยนตร์จึงมีการแข่งขันสูง ทำให้ค่ายเองไม่กล้าเสี่ยง ลงทุนกับหนังที่ไม่ได้กำไรอีกแล้ว ได้แต่หวังว่าวงการภาพยนตร์ไทย จะมีหนังดีๆที่สะท้อนสังคม เหมือนกับเรื่อง ไอฟัก อีกไหมไม่มีใครรู้ได้

ไอเดียของเรื่องนี้เป็นอย่างไร?

ภายใต้ความสำเร็จ ของหนังเรื่องนี้นั้น มาจากบทประพันธ์ของ ชาติ กอบจิตติ ที่มาจากนวนิยายรางวัลซีไรท์ ในชื่อว่า คืนพิพากษา ที่บอกเล่าถึงความบิดเบี้ยวของสังคม หลังจากนวนิยายชิ้นนี้ออกขาย เป็นที่ฮือฮาของคนในวงการนักอ่าน และได้รับรางวัลจากผลงาน ที่สะท้อนแนวคิดหลายๆอย่างในสังคม ถึงขั้นถูกจัดเป็นนวนิยาย ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตควรอ่านนั้นเอง จากบทประพันธ์อันสุดยอด

ได้ถูกดีดแปลงมาเป็นบทภาพยนตร์ ไอฟัก เปรียบเหมือนคนที่เข้าใจทุกอย่าง รวมถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่กดทับสังคมในชนบทอยู่นั้นเอง รวมถึงตัวของฟักเอง ที่เติบโตมากับสิ่งเหล่านี้ด้วย แต่ด้วยเรื่องราวของสมทรง  

จึงได้พาให้เหตุการณ์ต่าง พลิกให้ตัวของฟักเองตาสว่าง มองเห็นทุกคนนั้นคือปีศาจ ในคราบของคนดีนั้นเอง ความโหดร้ายของสังคม ที่หล่อหลอมไปด้วยกฎหมู่ และจารีตประเพณี จึงทำให้ยากที่จะเปลี่ยนความคิด หรือแม้กระทั่งเปิดใจยอมรับกับสิ่งใหม่ๆ รวมไปถึงความยุติธรรมด้วยนั้นเอง ที่มักจะมีความเอินเอียง ภายใต้กฎสังคมร่วมกัน หมู่บ้านภายในเรื่องนั้น เป็นแบบจำลองสังคมในประเทศ

ที่มีผู้ปกครองในแต่ละส่วน และผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้านด้วยนั้นเอง ความเชื่อที่เล่ากันปากต่อปาก ของชาวบ้านนั้นสามารถสร้าง ความเกลียดชังให้แก่กันได้ โดยที่คนๆนั้นเองยัง ไม่ได้รู้จักคนๆนั้นดีด้วยซ้ำ จึงเป็นเหมือนปัญหาของสังคม

ที่ปกครองโดยกลุ่มที่มีอิทธิพล หรือฝั่งตรงข้ามกับเรา โดยที่ไม่มีหลักในความยุติธรรมนั้นเอง ไอเดียของหนังเรื่องนี้ จึงมาจากความเป็นจริงในสังคม ที่เกิดขึ้นภายในท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งในเมืองเองก็ตาม ไอเดียเล่านี้จึงกลายเป็น ภาพสะท้อนสังคมนั้นเอง

สรุปสิ่งที่ได้จากการดูเป็นอย่างไร?

หนังมีหลายอารมณ์เข้าด้วยกัน ในช่วงเริ่มแรกของเรื่องนั้น เปรียบเหมือนยอดเขา แต่ละช่วงของหนังนั้นเหมือน พาตัวละครเอกดิ่งลงเหว ทีละนิดๆ ไปจนถึงจุดต่ำสุดของจิตใจนั้นเอง หนังมีแมสเซสที่สะท้อนความคิด ของเราให้เห็นถึงปัญหาของ สังคมที่มีการเชื่อข่าวลือ มากกว่าสิ่งที่เห็น รวมทั้งตัดสินคนจากภายนอก ที่เหมือนวัดกันที่ภาพลักษณ์ จึงกลายเป็นสังคมแห่งการเหยียด

ไปโดยปริยายนั้นเอง นับว่าเป็นหนังอีกเรื่อง ที่ให้ข้อคิดดีๆ และมุมมองใหม่ๆ ที่พูดถึงสังคมเรา และพัฒนาไปด้วยกัน ในแบบที่มันควรจะเป็นนั้นเอง จึงทำให้มองว่า ไอฟัก เป็นหนังอีกเรื่องที่สร้างอิมแพค ให้กับคนดูเป็นอย่างมาก ถ้าให้นึกหนังไทยดีๆซะเรื่อง ที่พูดถึงสังคมนั้น ก็คงต้องเป็นเรื่องนี้ที่ตอบโจทย์ ความรู้สึกของใครหลายๆคนนั้นเอง 

Valerian

รีวิวหนัง

UFABET

แทงบอลออนไลน์

เรื่องราวที่คุณไม่ควรพลาด