พฤหัส. พ.ย. 26th, 2020

Crows zero 2 เรียกเขาว่าอีกา 2 หนังที่สร้างจากหนังสือการ์ตูน อีกเรื่องที่น่าจดจำ

Crows zero 2

crows zero 2 หนัง เรื่องนี้ มีความเกี่ยวเนื่อง กับภาคแรกอย่างไร?

Crows zero 2 หลังจากภาคแรก ที่ประสบความสำเร็จไปในปี 2007 ต่อมา ผู้กำกับคนเดิมอย่าง ทาคาชิ มิอิเกะ ได้ประกาศข่าวว่า ภาคต่อจะเข้าฉาย ในปี 2009 และได้เปิดตัวเว็บไซต์ อย่างเป็นทางการ สำหรับหนังเรื่องนี้อีกด้วย ทีมนักแสดงได้ใช้ทีมนักแสดงเดิมบ้างส่วน และมีเพิ่มเติมเข้ามา อย่าง        มิอุระ ฮารุมะ ผู้รับบทเป็น ทัตสึยะ บิโตะ น้องชายของ บิโตะ ผู้พี่ที่ถูกแทงในสงครามโฮเซนกับซูซูรันและ โนบุอากิ เคเนโกะ

รับบทเป็น นารุมิ ไทกะ คนที่คุมโรงเรียนโฮเซน ต่อจาก บิโตะ ผู้เป็นพี่ ในภาคนี้ได้นำส่วนหนึ่ง ของการ์ตูนที่ไม่ได้กล่าวถึงมาก มาทำมาฉบับหนังในภาคนี้ ซึ่งเหตุการณ์จะเป็นการกล่าวถึง สงครามโฮเซนและซูซูรัน ที่มีเกิดเหตุผู้นำของกลุ่มโฮเซน

ในขณะนั้นถูกทางฝั่งซูซูรัน ใช้มีดแทงจนเสียชีวิต จนทำให้เกิดสัญญาสงบศึกกันทั้งสองโรงเรียน พอมาในจักรวาลของหนัง ได้พูดถึง ทาคิยะ เก็นจิ หลังจากเอาชนะ เซริซาวะ ได้แล้วก็จริง แต่ก็ไม่สามารถรวบรวมโรงเรียนให้เป็น 1 ได้

แถมยังแพ้ให้กับรินดาแมน ต่อหลายครั้ง และด้วยขณะนั้น คนที่แทง บิโตะ ได้ออกจากสถานพินิจ จากนั้นได้ไปทำความเคารพ ป้ายหลุมศพ บิโตะ แต่แล้วกลุ่มเด็กโฮเซนที่ดักรอ เล่นงาน ฮายาชิดะ รับบทโดย โมโตกิ ฟุคามิ ทำให้เขาต้องวิ่งหนี

เด็กโฮเซน มายังเขตของซูซุรัน ที่เซริซาวะกำลังนั่งปิ้งไส้กรอกกัน ทำให้เป็นการเผชิญหน้ากัน หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น 2 ปี จังหวะนั้นเอง เก็นจิ เดินผ่าน มากับพรรคพวก เห็นโรงเรียนโฮเซน ที่คอยยืนถากถางอยู่ จนเขานั้นได้เปิดชกเข้าไปที่ ใบหน้าของนักเรียนโฮเซน และได้มีการประกาศตัวว่า เก็นจิ เป็นคนคุมซูซูรัน เท่ากับว่าสัญญาสงบศึกได้ถูกฉีก นั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของเนื้อเรื่อง ในภาคต่อนี้

Crows zero 2

Crows zero 2 หนังสร้างจากการ์ตูน ญี่ปุ่น มาจาก หนังสือการ์ตูนช่วงไหนของเรื่อง?

ถ้าว่ากันตามไทม์ไลน์ของ เรื่องนี้แล้วละก็ ต้องย้อนไปว่าฉบับเวอร์ชั่นหนัง ทั้งสองภาคนั้น เป็นตอนพิเศษก่อนเหตุการณ์ ในหนังสือการ์ตูน 2 ปี (นับจากเนื้อเรื่องการ์ตูนเล่มแรก) ในเนื้อหาของหนังภาคต่อนี้ มาจากเหตุการณ์ที่ บิโตะ ผู้คุมโรงเรียนในขณะนั้น ถูกผู้นำฝ่ายซูซูรัน ใช้มีดแทงจนเสียชีวิต จนเกิดเป็นเหตุการณ์สงบศึก ระหว่างโฮเซนและซูซูรัน ในเวอร์ชั่นการ์ตูน ทั้งสองโรงเรียนนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมา กันมาเสมอ

ในหนังภาคนี้ได้เปิดตัวละครที่อยู่ ในหนังสือการ์ตูนอย่าง ทัตสึยะ บิโตะ ผู้เป็นน้องเรียนอยู่ ปีสองที่โฮเซน ในเวอร์ชั่นการ์ตูนภาค crows เขาคนนี้ละที่สู้กับ โบยะ พระเอกของเรื่อง ฉบับการ์ตูน  บิโตะ ผู้เป็นน้องในภาคนี้ ถูกวางเป็นตัวคาดหวัง

ให้แก้แค้นแทนพี่ชายของเขา ภายใต้การนำของ นารุมิ แต่ทางฝ่าย บิโตะ เองกับปฎิเสธที่จะยอมสู้ศึก ตามเงื่อนไขของนารุมิ เพราะเขามองว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เขาควรทำด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาล้างแค้นแทน ทำให้นารุมิเสียหน้าและได้ประกาศ

ให้ บิโตะ รับรู้ว่าเขาจะเป็นคนกู้ศักดิ์ศรีของโฮเซน จนต่อมาในเรื่องราวของหนังสือการ์ตูน โบยะ มาเจอ บิโตะ ในตอนที่เขาอยู่ปี 3 และขึ้นเป็นผู้นำโรงเรียน เขามองว่าถึงเวลาของเขา ที่จะเอาคืนแค้นของพี่ชาย

แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความแข็งแกร่ง ของ โบยะ ที่พลังเหนือมนุษย์ หากได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ หลังจากได้ดูเวอร์ชั่นหนัง จะทำให้อินและเข้าใจเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และจะทำให้คุณมองว่าการ์ตูนเรื่องนี้ เป็นตำนานจริงๆ

Crows zero 2

Crows zero 2 หนัง แอ็ ค ชั่ น ภาค ต่อ เรื่องนี้ แตกต่างกับภาคก่อนอย่างไร?

ในภาคนี้ลดบทบาทของความเป็นการ์ตูนลง และใส่ความเข้มข้นของเนื้อหา การต่อสู้เข้ามาแทนที่ จะสังเกตได้ว่าภาคนี้จะไม่มีการ เตะแทงค์น้ำใส่คนกระเด็นไปไกล ความเซอร์เรียลนี้ถูกจำกัดแค่ การต่อสู้เท่านั้น เพื่ออรรถรสในฉากแอ็คชั่น เรียกได้ว่าภาคนี้เนื้อหาเข้มข้น กว่าภาคก่อนเยอะมาก อาจเพราะภาคก่อนทำมาตรฐานเอาไว้ดี ภาคนี้เลยเหมือนถูกปรับ ให้เป็นไปตามตลาดความต้องการ

ของแฟนๆหนังในยุคนั้น เป้าหมายของตัวละครเอกในเรื่องนี้ ก็เปลี่ยนไปด้วย ภาคก่อนเก็นจิ ต้องการจะพิสูจน์ตัวเองว่าแข็งแกร่งที่สุด เพื่อความเป็น 1 แต่ในภาคนี้สิ่งที่เขาคิดมันไม่ได้ทำให้ตัวเอง ขึ้นมายิ่งใหญ่

หากเก่งคนเดียวไม่มีคนตามหรือซัพพอร์ต ก็ไม่มีทางที่จะเอาชนะศัตรูที่ใหญ่กว่าได้ ทำให้พระเอกได้รับบทเรียนความแข็งแกร่ง มันไม่ได้มาจากตัวคนๆเดียว ที่จะผลักดันชื่อซูซูรันได้ สุดท้าย เก็นจิ เลือกที่จะหันมาแคร์คนรอบข้าง

มากกว่าแต่เกินทำให้กำลังใจของพวกเขากลับมา ต่อสู้ในศึกใหญ่กับโฮเซน เปรียบเหมือนอีกา ที่มักจะชอบอยู่โดดเดียว แต่ถ้าอยู่รวมกันเป็นฝูงเมื่อไร จะดูน่าเกรงข้าม คำพูดนี้ถึงกับออกจากปาก บิโตะ ทัตสึยะ ที่บอกกับ นารุมิ

อย่าได้ประมาท ซูซูรัน ไม่งั้นการสู้กันในครั้งนี้ โฮเซนต้องพ่ายแพ้อย่างแน่ ถึงแม้จำนวนคนจะเยอะกว่าก็ตาม แต่ด้วยความทนงตนของ นารุมิ ทำให้โฮเซนพบกับความพ่ายแพ้ ตามที่ บิโตะ ได้ว่าไว้อีกทั้งยังปกป้อง เก็นจิ

จากอดีตนักเรียนซูซูรัน ที่ย้ายมาเข้ากับโฮเซน พยายามจะใช้มีดเพื่อพิสูจน์ ความแข็งแกร่งของ วาชิโอะ รับบทโดย คาซึกิ นามิโอกะ เพื่อเป็นที่ยอมรับในสังคมที่วัด การได้ด้วยความแข็งแกร่ง ทำให้ทั้งสองภาคนั้นมี บทสรุปที่แตกต่างกัน ที่ให้บทเรียนกับ เก็นจิ

กระแสของภาคที่ 2 เป็นอย่างไร?

หลังจากภาคแรกออกฉายไปแล้ว 2 ปี ภาคต่อนี้ที่ทุกคนรอคอย ต่างรอความหวัง ว่าภาคใหม่นี้จะต้องสนุกกว่า ภาคเดิมอย่างแน่นอน แต่แล้วโชคร้ายที่หนัง ดันมีคนปล่อยหลุด จากต่างประเทศที่ได้เข้าฉายก่อน ทำให้มีไฟล์หนังที่หลุดและปล่อยในโลกออนไลน์ ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น แต่ยังไงพอถึงวันฉายจริง หนังเป็นที่พูดถึงและกระแสกัน หมู่มากเหมือนเดิม เด็กในยุคนั้นทุกคนต่างต้อง

เคยดูอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการแชร์แผ่นกันทั้งระดับชั้นเรียน ลามไปถึงแฟชั่นการแต่งตัว และวัฒนธรรมสังคมที่ ลอกเลียนแบบมาจากหนังกัน สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ สำหรับนักเรียนชายที่ชอบหนังเรื่องนี้

คือการใช้กระเป๋าตังที่มีโซ่ ถือว่าเป็นสินค้าขายดีเลย ในช่วงหนึ่งที่กระแสของหนัง ได้พาทุกคนอินไปถึงบทบาท ในหนังได้อย่างเหลือเชื่อ จากภาคแรกที่ดังมาจากกระแสหนังแผ่น เช่าจากร้าน เช่าหนัง ในอดีตที่สมัยนี้ไม่มีให้เห็นกันอีกแล้ว นับว่าเป็นการแสที่มาแรงอีกเรื่องเลยทีเดียว 

สิ่งที่ได้จากการดู

ในยุคนั้น การที่จะหา หนังแอ็คชั่นดีๆ ยกพวกตีกันที่นัวกันเป็นสิบๆ ยังไม่มีให้เห็นเท่าไร จนกระทั่งการมีของเฟรนไชน์ หนังทั้งสองภาคนี้ที่เข้ามานั่งในใจของทุกคน ที่ได้ดูเรื่องนี้ เพราะการดีไซด์ฉากต่อสู้นั้น นับว่าละเอียดอยู่เหมือนกัน การที่จะสร้างคิวบู๊ 1 ต่อ 20 นิไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันที่จะ ทำให้ออกมาดูธรรมชาติ เหมือนการตะลุมบอนกันจริงๆ ในภาคนี้เลือกใช้การต่อสู้ในพื้นที่จำกัด

และอัดคนจำนวนเยอะๆลงไป ทำให้การต่อสู้นั้นดูดุเดือด และสมจริงที่สุด ถึงแม้เรื่องนี้จะมาจากหนังสือการ์ตูนก็ตาม พอมาเป็นในรูปแบบหนัง กลับสร้างตวามแตกต่างที่ดี ออกไป แต่ก็มีทั้งกล่มแฟนการ์ตูนที่ไม่ชอบ

ด้วยเหตุผลที่ว่าในฉบับการ์ตูน จะเป็นการต่อสู้ซึ่งๆหน้ามากกว่า การตะลุมบอนเหมือนในหนัง เพราะดูเหมือนลดความเท่ ของตัวละครไปเท่านั้นเอง ในภาคนี้ถือว่าเป็นภาคต่อที่จบได้ สมบูรณ์ ลงตัวในแบบของมันที่สุดแล้ว

จึงทำให้มองว่าหนังเรื่องนี้เป็น หนังภาคต่อที่ไม่แย่กว่าเรื่องอื่นๆ ที่พยายามทำภาคต่อ แต่เหมือนกลายเป็นดันทุรง ทำให้หนังดูไม่สนุกเท่าภาค 1 สำหรับเรื่องนี้ กลายเป็นยุคบุกเบิกของ หนัง Live action จากการ์ตูน

ตามมาอีกมากมาย ถือเป็นใบเบิกทางสำเร็จ ให้กับวงการหนังของ ญี่ปุ่น อีกด้วย ในหนังชุดนี้ปัจจุบัน มีถึง 3 ภาคด้วยกัน แต่ภาคที่ผู้คนจดจำมากที่มีแค่ 1-2 เท่านั้น ถือว่าหนังเรื่องนี้เคยมีอิทธิพล ทางด้านวัฒนธรรมกันมาแล้ว หลายๆคนมักจะเรียกตัวเองว่า อีกา ตามความหมายของหนัง เพราะความชื่นชอบ จึงทำให้เป็นตัวการันตี ความสำเร็จของหนัง ยาวนานจนมาถึงปัจจุบันนี้นั้นเอง

รีวิวหนัง

แทงบอลออนไลน์

UFABET

แนะนำ 7 หนัง

เรื่องอื่นๆที่หน้าสนใจ